ในค่ำคืนของเทศกาลตรุษจีน แสงไฟจากเวทีอุปรากรจีนส่องสว่างท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ในโครงการ เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น ผู้คนหลากวัยทยอยเข้ามานั่งจับจองที่นั่งตั้งแต่หัวค่ำ เพื่อรับชมการแสดงอุปรากรจีนจาก คณะไซ้หย่งฮงเตี่ยเกี๊ยะท้วง ที่จัดแสดงต่อเนื่องตลอดสามคืน ระหว่างวันที่ 17–19 กุมภาพันธ์ 2569 เสียงฆ้อง กลอง และบทขับร้องภาษาจีนดังก้องไปทั่วพื้นที่ ราวกับพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่รากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ . ท่ามกลางกระแสสังคมที่หมุนเร็วและเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น ศิลปะการแสดงพื้นบ้านจำนวนมากค่อย ๆ ถูกลดความนิยมลงไปทีละน้อย หนึ่งในนั้นคือ “งิ้ว” ศิลปะการแสดงแบบจีนที่เคยรุ่งเรืองและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน . ชีวิตของนักแสดงงิ้วคนหนึ่งสะท้อนภาพความจริงของอาชีพนี้ในสังคมไทยยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน การเล่นงิ้วเป็นอาชีพหลัก รายได้ในแต่ละเดือนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนงานและช่วงเทศกาล โดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้ประมาณวันละ 600 บาท หากมีงานเต็มทั้งเดือนจะมีรายได้ราว 18,000 บาท แต่ถ้าเป็นช่วงที่งานน้อย รายได้อาจลดลงเหลือเพียง 12,000–13,000 บาทเท่านั้น . สถานการณ์ยิ่งยากลำบากมากขึ้นทุกวัน ศาลเจ้าหลายแห่งต้องยกเลิกการจัดงาน ทำให้งานงิ้วลดลงอย่างเห็นได้ชัด ศาลเจ้าที่พอมีคนศรัทธาอยู่ก็ยังสามารถจัดงานต่อไปได้ แต่ศาลเจ้าขนาดเล็กจำนวนมากจำเป็นต้องงดกิจกรรม ส่งผลกระทบต่อรายได้ของคณะงิ้วโดยตรง . ด้วยความไม่มั่นคงของรายได้ นักแสดงงิ้วจำนวนไม่น้อยต้องมีอาชีพเสริม เช่น การเป็นไรเดอร์ เพื่อช่วยพยุงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาชีพนี้จึงยิ่งนานวันยิ่งลำบาก เพราะต้นทุนชีวิตสูงขึ้น แต่รายได้กลับไ